ovhc.net.au

คู่มือประกันสุขภาพสำหรับผู้เดินทางต่างชาติ (OVHC) สำหรับวีซ่านักท่องเที่ยว 600 และผู้ปกครอง

11 มิถุนายน 2569 · คู่มือวีซ่า

ผู้ปกครองที่เดินทางมาออสเตรเลียด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวซับคลาส 600 ถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในวงการประกันสุขภาพสำหรับผู้มาเยือน (Overseas Visitors Health Cover – OVHC) อายุที่มากขึ้น โรคประจำตัวที่มีอยู่เดิม และระยะเวลาพำนักที่ยาวนาน ล้วนทำให้การมีประกันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งและซับซ้อนกว่ากลุ่มอื่น ๆ คู่มือนี้จะอธิบายทุกสิ่งที่คุณต้องรู้ เพื่อให้คุณและครอบครัวตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

วีซ่า 600 จำเป็นต้องมี OVHC หรือไม่?

วีซ่าซับคลาส 600 บางประเภทไม่ได้ถูกกำหนดให้มีเงื่อนไขหมายเลข 8501 (ต้องมีประกันสุขภาพ) เสมอไป ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรทำคือตรวจสอบจดหมายแจ้งผลการพิจารณาวีซ่า (visa grant letter) ของผู้ปกครอง หากเงื่อนไข 8501 ระบุไว้ คุณจะต้องซื้อ OVHC ก่อนเดินทางเข้าออสเตรเลีย

แต่ถึงแม้เงื่อนไข 8501 จะไม่ถูกระบุไว้ การพาผู้ปกครองมาออสเตรเลียโดยไม่มีประกันสุขภาพก็เป็นความเสี่ยงทางการเงินที่สูงมาก สำหรับผู้สูงอายุ ค่าใช้จ่ายในการนอนโรงพยาบาลเพียงครั้งเดียวอาจสูงถึง 50,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 1.1 ล้านบาท) หรือมากกว่านั้น ตัวอย่างเช่น การรักษาภาวะหัวใจหรือกระดูกหักที่ต้องผ่าตัดอาจสร้างภาระค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึง

ครอบครัวส่วนใหญ่ที่ซื้อ OVHC ให้ผู้ปกครองที่มาเยี่ยมจึงทำด้วยความสมัครใจ ซึ่งถือเป็นการตัดสินที่ถูกต้องและช่วยปกป้องทั้งสุขภาพและทรัพย์สินของทุกคน

โรคประจำตัว: ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ผู้ให้บริการ OVHC ทุกรายในออสเตรเลียจะกำหนด ระยะเวลารอคอย 12 เดือนสำหรับโรคประจำตัวที่มีอยู่ก่อนการซื้อกรมธรรม์ (pre-existing conditions) นี่คือประเด็นที่ทำให้หลายครอบครัวกังวล และจำเป็นต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน:

  • หากผู้ปกครองมีโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคข้อเข่าเสื่อม หรือภาวะใดก็ตามที่เคยมีอาการหรือได้รับการรักษาในช่วง 6 เดือนก่อนวันที่ซื้อประกัน ภาวะเหล่านั้นจะยังไม่ได้รับความคุ้มครองในช่วง 12 เดือนแรก
  • เมื่อถือกรมธรรม์ต่อเนื่องครบ 12 เดือนโดยไม่ขาดตอน โรคประจำตัวจึงจะเริ่มได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของแผนประกัน
  • บริษัทประกันบางแห่งมีแนวทางตีความ “โรคประจำตัว” ที่แตกต่างกัน โดย Allianz และ Bupa มักมีคำจำกัดความที่ชัดเจนที่สุดและเป็นมิตรกับผู้ถือกรมธรรม์มากกว่า

สำหรับผู้ปกครองชาวไทยที่มักมีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวานหรือความดัน การเข้าใจระยะเวลารอคอยนี้สำคัญมาก เพราะถ้าหากเกิดอาการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับโรคประจำตัวในช่วง 12 เดือนแรก ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะต้องรับผิดชอบเอง

คำแนะนำบริษัทประกันสำหรับผู้เดินทางสูงอายุ

การเลือกแผนประกันที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุควรพิจารณาจากความครอบคลุมโรงพยาบาล การเข้าถึงแพทย์ทั่วไป และสิทธิประโยชน์เสริมที่ผู้สูงอายุมักได้ใช้จริง เช่น กายภาพบำบัด (physiotherapy) แว่นตา และทันตกรรมบางรายการ ตารางต่อไปนี้สรุปแผนระดับสูง (Comprehensive) จากผู้ให้บริการหลักในตลาด OVHC

  • Allianz Comprehensive: สูงสุด · มีชื่อเสียงดีที่สุดในการจัดการเคลมที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ มีคำจำกัดความโรคประจำตัวชัดเจน
  • Bupa Comprehensive: สูงสุด · เครือข่ายโรงพยาบาลกว้างขวางที่สุด สิทธิประโยชน์เสริมด้านกายภาพบำบัดและแว่นตาที่ผู้สูงอายุใช้จริง
  • Medibank Comprehensive: สูงสุด · ความคุ้มครองโรงพยาบาลแข็งแกร่ง สิทธิประโยชน์เสริมรวมถึงบริการด้านจิตวิทยา

แผนประกันระดับถูก (Budget tiers) ไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ เพราะมักจำกัดให้ใช้เฉพาะหอผู้ป่วยรวมในโรงพยาบาลรัฐ การเข้าถึงแพทย์ทั่วไป (GP) มีจำกัด และไม่มีสิทธิประโยชน์เสริม เช่น กายภาพบำบัด ซึ่งผู้สูงอายุจำนวนมากจำเป็นต้องใช้เมื่ออยู่เป็นเวลานาน

ถ้าผู้ปกครองอายุมากกว่า 70 ปี ควรตรวจสอบว่าแต่ละบริษัทมีข้อจำกัดเพิ่มเติมหรือไม่ โดยทั่วไปแล้ว Allianz และ Bupa ยังคงรับผู้สมัครสูงอายุอย่างเปิดกว้าง แต่เบี้ยประกันจะสูงขึ้นตามอายุ

ประเทศ RHCA และความคุ้มครองสำหรับผู้เดินทาง

ผู้ที่ถือสัญชาติจากประเทศภายใต้ข้อตกลงการดูแลสุขภาพซึ่งกันและกัน (Reciprocal Health Care Agreement – RHCA) ได้แก่ สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ อิตาลี สวีเดน เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ นอร์เวย์ เบลเยียม สโลวีเนีย และมอลตา สามารถลงทะเบียนเข้าระบบ Medicare ของออสเตรเลียเพื่อรับการรักษาที่จำเป็นทางการแพทย์ได้

อย่างไรก็ตาม ความคุ้มครองภายใต้ RHCA มีข้อจำกัดสำคัญ:

  • ครอบคลุมเฉพาะการรักษาที่ไม่สามารถรอกลับไปรักษาที่ประเทศต้นทางได้เท่านั้น
  • ไม่ครอบคลุม ค่ารถพยาบาล ทันตกรรม ตรวจสายตา/แว่นตา กายภาพบำบัด และค่ายาที่ต้องซื้อเอง
  • ไม่ครอบคลุม การผ่าตัดเพื่อความสวยงามหรือการผ่าตัดแบบเลือกได้ (elective surgery)

สำหรับผู้ปกครองที่มาจากประเทศ RHCA แม้จะมี Medicare ช่วยแบ่งเบาค่ารักษาในโรงพยาบาลบางส่วน แต่ครอบครัวส่วนใหญ่ก็ยังเลือกซื้อ OVHC แบบประหยัด (budget) เพื่อคุ้มครองค่ารถพยาบาลและสิทธิประโยชน์เสริมอยู่ดี เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินต้องเรียกรถพยาบาล ค่าใช้จ่ายอาจสูงถึง 1,200 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 25,000 บาท) ต่อครั้ง

เปรียบเทียบค่าเบี้ยประกันสำหรับผู้เดินทางอายุเกิน 60 ปี (ปี 2026, ต่อเดือน)

ราคาเป็นค่าประมาณรายเดือนสำหรับแผนระดับ Comprehensive และอาจเปลี่ยนแปลงตามอายุและประวัติสุขภาพ ตัวเลขในวงเล็บคือค่าเงินบาทไทยโดยประมาณ (อัตรา 1 AUD ≈ 21.50 บาท)

  • Allianz Comprehensive: ~210-250 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (≈4,500-5,400 บาท) · ~420-480 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (≈9,000-10,300 บาท)
  • Bupa Comprehensive: ~220-260 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (≈4,700-5,600 บาท) · ~440-500 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (≈9,500-10,800 บาท)
  • Medibank Comprehensive: ~230-270 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (≈4,900-5,800 บาท) · ~460-520 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (≈9,900-11,200 บาท)

ค่าเบี้ยประกันเหล่านี้ถูกกว่าเมื่อเทียบกับค่ารักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้น หากผู้ปกครองนอนโรงพยาบาลโดยไม่มีประกัน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันในโรงพยาบาลรัฐอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (≈32,000-64,500 บาท) จึงเห็นได้ว่าการลงทุนใน OVHC นั้นคุ้มค่าอย่างยิ่ง

คำถามที่พบบ่อย

ฉันสามารถซื้อประกันให้ผู้ปกครองจากต่างประเทศ (เช่น จากประเทศไทย) ได้หรือไม่?
ได้ บริษัทประกัน OVHC ส่วนใหญ่อนุญาตให้ซื้อกรมธรรม์จากต่างประเทศโดยตรงผ่านเว็บไซต์ คุณจำเป็นต้องมีรายละเอียดหนังสือเดินทางของผู้ปกครองและวันที่ที่คาดว่าจะเดินทางถึงออสเตรเลีย เมื่อชำระเบี้ยประกันแล้ว จะได้รับใบรับรอง (Certificate of Insurance) ที่สามารถนำไปยื่นขอวีซ่าหรือใช้เป็นหลักฐานเมื่อเดินทาง

หากผู้ปกครองมีภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพเมื่อเดินทางมาถึง จะได้รับความคุ้มครองหรือไม่?
หากอาการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุนั้นเป็นภาวะใหม่ (new condition) ซึ่งไม่ใช่โรคประจำตัวที่มีอยู่ก่อน จะได้รับความคุ้มครองทันทีตั้งแต่วันแรกที่เริ่มกรมธรรม์ นอกจากนี้ ค่ารถพยาบาลฉุกเฉินยังได้รับความคุ้มครองตั้งแต่วันแรกในนโยบาย OVHC ทุกแผน และการรักษาที่ห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลรัฐก็อยู่ในความคุ้มครองด้วย

สามารถยกเลิกกรมธรรม์ได้หรือไม่หากผู้ปกครองเดินทางกลับประเทศก่อนกำหนด?
ได้ บริษัทประกันส่วนใหญ่จะคืนเงินตามสัดส่วน (pro-rata refund) สำหรับเดือนที่เหลือที่ไม่ได้ใช้ อาจมีค่าธรรมเนียมการยกเลิกประมาณ 50 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (≈1,075 บาท) หรือตามที่ระบุในคู่มือผลิตภัณฑ์ (PDS) ควรเก็บหลักฐานการเดินทางกลับ เช่น บอร์ดดิ้งพาส เพื่อประกอบการขอคืนเงิน

มีส่วนลดหรือโปรโมชันสำหรับครอบครัวหรือไม่?
บางบริษัทมีส่วนลดเมื่อสมัครแบบคู่สามีภรรยา (couple / family) อยู่แล้วดังที่แสดงในตาราง นอกจากนี้ ควรตรวจสอบเว็บไซต์ของบริษัทประกันในช่วงเทศกาลหรือเดือนที่มีการเดินทางสูง เพราะอาจมีโปรโมชันลดค่าเบี้ยประกัน 1-2 เดือนแรก หรือส่วนลดสำหรับการชำระรายปี

ระยะเวลารอคอย 12 เดือน เริ่มนับจากวันไหน?
ระยะเวลารอคอยสำหรับโรคประจำตัวเริ่มนับตั้งแต่วันแรกที่กรมธรรม์มีผลบังคับใช้ (policy start date) หากมีการเปลี่ยนบริษัทประกันแบบไม่มีช่องว่าง (continuity of cover) บางบริษัทอาจรับรองระยะเวลารอคอยที่สะสมมาแล้ว แต่ควรสอบถามกับบริษัทใหม่ให้ชัดเจน


แหล่งที่มา: เอกสารเปิดเผยข้อมูลผลิตภัณฑ์ (PDS) แผนประกันระดับ Comprehensive จากบริษัทประกันต่างๆ (ปี 2026); เงื่อนไขวีซ่าหมายเลข 8501 จากกระทรวงกิจการภายในออสเตรเลีย (Department of Home Affairs); แนวทาง RHCA จาก Services Australia.

Ready to compare OVHC?

See premiums from all five insurers side by side — no sponsored ordering.

Compare now

Premiums are regulated — buying through our partner won't cost you extra. We may earn a commission.