เคลม OVHC ทำงานอย่างไร: แพทย์ทั่วไป, แพทย์เฉพาะทาง และกรณีฉุกเฉิน
คุณซื้อประกันสุขภาพสำหรับผู้มาเยือนออสเตรเลีย (Overseas Visitors Health Cover – OVHC) ไว้แล้ว — ตอนนี้ถึงเวลาใช้งาน ไม่ว่าคุณจะไปพบแพทย์ทั่วไปตามปกติ หรือจำเป็นต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลโดยไม่คาดคิด กระบวนการเคลมแต่ละประเภทการรักษามีขั้นตอนและเอกสารที่แตกต่างกัน บทความนี้จะพาคุณไปดูทีละขั้นตอนว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง เมื่อต้องยื่นเคลม OVHC สำหรับการพบแพทย์ การส่งต่อไปพบแพทย์เฉพาะทาง การนอนโรงพยาบาล และการรักษาฉุกเฉิน
ข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ถือวีซ่า: OVHC เป็นประกันสุขภาพภาคบังคับสำหรับผู้ถือวีซ่าออสเตรเลียบางประเภท เช่น 482 (TSS), 485 (Temporary Graduate) หรือ 600 (Visitor) เนื่องจากคุณไม่มีสิทธิ์ใช้ระบบประกันสุขภาพของรัฐบาลออสเตรเลีย (Medicare) เว้นแต่จะเป็นพลเมืองของประเทศที่มีข้อตกลงร่วมด้านสุขภาพ เช่น สหราชอาณาจักร หรือบางประเทศในยุโรป การทำความเข้าใจระบบเบิกจ่ายของ OVHC จะช่วยให้คุณใช้สิทธิได้เต็มที่และไม่ต้องจ่ายเกินจำเป็น
การพบแพทย์ทั่วไป (GP): การเคลมที่พบบ่อยที่สุด
วิธีคิดเงิน แพทย์ทั่วไป (GP) ในออสเตรเลียส่วนใหญ่มีระบบเรียกเก็บเงินสองแบบ ได้แก่ bulk-bill และ private fee
-
Bulk-bill
แพทย์จะเรียกเก็บค่าบริการจาก Medicare โดยตรง (หรือจากบริษัทประกันของคุณในกรณีที่ไม่มีสิทธิ์ Medicare) คุณไม่ต้องจ่ายอะไรเลย อย่างไรก็ตาม บริษัทประกัน OVHC บางแห่งอาจกำหนดให้คุณจ่ายก่อน แล้วค่อยยื่นขอคืนทีหลัง ควรสอบถามกับคลินิกก่อนทุกครั้งว่าพวกเขาคิดเงินแบบ bulk-bill หรือไม่ -
Private billing
คุณต้องชำระค่าปรึกษาทั้งหมด ณ วันเข้ารับบริการ โดยค่าปรึกษามาตรฐานอยู่ที่ประมาณ 70–95 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 1,470–2,000 บาท ณ อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) จากนั้นจึงนำใบเสร็จไปยื่นเคลมผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของบริษัทประกันเพื่อขอรับเงินคืน
เอกสารที่ต้องใช้
- ใบเสร็จจากแพทย์ (ต้องระบุหมายเลขผู้ให้บริการ วันที่เข้ารับบริการ หมายเลขรายการบริการ และจำนวนเงินที่ชำระ)
- หมายเลขสมาชิกประกันของคุณ
คุณจะได้เงินคืนเท่าไหร่ กรมธรรม์ OVHC ระดับพื้นฐาน (budget) และระดับกลาง (mid-tier) ส่วนใหญ่จะชดเชยค่าปรึกษาตามอัตราที่กำหนดในตาราง Medicare Benefits Schedule (MBS) ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงที่รัฐบาลออสเตรเลียใช้ สำหรับการปรึกษาแพทย์ทั่วไปแบบมาตรฐาน (item 23) อัตรา MBS อยู่ที่ 42.85 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 900 บาท) ดังนั้นหากแพทย์เรียกเก็บ 85 ดอลลาร์ คุณจะได้รับคืนเพียง 42.85 ดอลลาร์ — ส่วนที่เหลือคือส่วนต่างที่คุณต้องจ่ายเอง (gap) บางกรมธรรม์ระดับสูงอาจให้ความคุ้มครองมากกว่า 100% MBS แต่ก็ต้องจ่ายเบี้ยประกันที่แพงขึ้น
ระยะเวลาดำเนินการ
การเคลมออนไลน์มักได้รับการอนุมัติภายใน 2–5 วันทำการ
การส่งต่อไปพบแพทย์เฉพาะทาง (Specialist Referrals)
ในออสเตรเลีย คุณต้องมีใบส่งตัวจาก GP ก่อนจึงจะไปพบแพทย์เฉพาะทางได้ ขั้นตอนมีดังนี้
- GP ออกใบส่งตัว (referral letter) ระบุชื่อแพทย์เฉพาะทางที่คุณต้องการไป
- คุณนัดหมายกับแพทย์เฉพาะทางเอง — ควรสอบถามราคาค่าปรึกษาล่วงหน้า
- ค่าบริการแพทย์เฉพาะทางมีความแตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับสาขาความเชี่ยวชาญและพื้นที่ โดยค่าปรึกษาครั้งแรก (initial consultation) มักอยู่ที่ 150–400+ ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 3,150–8,400 บาทขึ้นไป)
- คุณชำระค่าบริการก่อน แล้วยื่นเคลมกับบริษัทประกันของคุณ
สัดส่วนที่ได้รับคืน
โดยทั่วไป บริษัทประกันจะคืนเงินให้ 85–100% ของอัตรา MBS สำหรับค่าปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง แต่อัตรา MBS สำหรับผู้เชี่ยวชาญนั้นต่ำกว่าค่าบริการจริงค่อนข้างมาก ตัวอย่างเช่น หาก MBS กำหนดไว้ที่ 80 ดอลลาร์ แต่แพทย์เรียกเก็บ 250 ดอลลาร์ คุณอาจได้รับคืนเพียง 80 ดอลลาร์ (หรืออาจสูงกว่านั้นหากกรมธรรม์ของคุณครอบคลุมแบบเปอร์เซ็นต์) ดังนั้นควรตรวจสอบตารางผลประโยชน์ของกรมธรรม์ หรือโทรถามบริษัทประกันก่อนเข้ารับบริการ
การนอนโรงพยาบาล: แบบมีแผนกับฉุกเฉิน
การนอนโรงพยาบาลแบบมีแผน (เช่น ผ่าตัด)
- แพทย์เฉพาะทางจะเป็นผู้จองโรงพยาบาลให้ พร้อมกับออกเอกสาร “ความยินยอมทางการเงินที่รับทราบ” (Informed Financial Consent) ซึ่งระบุค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
- ก่อนวันเข้านอนโรงพยาบาล ให้ติดต่อบริษัทประกันของคุณเพื่อยืนยัน
- โรงพยาบาลที่เลือกเป็นโรงพยาบาลในเครือข่ายของบริษัทประกันหรือไม่ (หลายกรมธรรม์มีส่วนลดหรือไม่มีส่วนเกินหากใช้โรงพยาบาลในเครือ)
- ความคุ้มครองครอบคลุมอะไรบ้าง: ค่าห้อง, ค่าห้องผ่าตัด, ค่าอุปกรณ์, ค่ายา
- มีค่าส่วนเกิน (excess) หรือค่าสมทบ (co-payment) ที่ต้องจ่ายเองหรือไม่
- ค่าใช้จ่ายส่วนโรงพยาบาล เช่น ค่าห้องพักและค่าห้องผ่าตัด โรงพยาบาลมักจะส่งบิลไปยังบริษัทประกันโดยตรง คุณไม่ต้องสำรองจ่าย (หากตรวจสอบไว้ล่วงหน้า)
- ค่าแพทย์เฉพาะทาง (ศัลยแพทย์, วิสัญญีแพทย์, ผู้ช่วยผ่าตัด) อาจถูกเรียกเก็บแยกต่างหาก คุณต้องดูว่าบริษัทประกันครอบคลุมส่วนไหนบ้าง ส่วนที่เกินจากความคุ้มครอง คุณต้องจ่ายเอง อย่าลืมถามแต่ละบุคคลว่ามีค่าใช้จ่ายส่วนต่าง (gap) หรือไม่
การเข้ารับการรักษาฉุกเฉิน
- หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ให้ไปยังแผนกฉุกเฉิน (Emergency Department) ของโรงพยาบาลรัฐที่ใกล้ที่สุด
- เมื่อลงทะเบียน ให้แจ้งหมายเลขสมาชิก OVHC ของคุณ และพกบัตรประกันติดตัวไว้เสมอ
- การรักษาในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลรัฐได้รับการคุ้มครองจาก OVHC ทุกกรมธรรม์
- หากแพทย์วินิจฉัยว่าคุณต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล (inpatient) ทางโรงพยาบาลจะจัดการเรื่องการเรียกเก็บเงินกับบริษัทประกันให้
- ค่ารถพยาบาล (ambulance) ในภาวะฉุกเฉินครอบคลุมในทุกกรมธรรม์ OVHC อยู่แล้ว — ไม่ต้องกังวล
การเคลมค่ายา
ข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่าง OVHC กับ Medicare คือ OVHC โดยปกติไม่ครอบคลุมค่ายาตามใบสั่งแพทย์ (prescription medicines) ผู้ถือบัตร Medicare จะได้รับสิทธิประโยชน์จาก Pharmaceutical Benefits Scheme (PBS) ทำให้ค่ายาถูกลง แต่ผู้ถือ OVHC ต้องชำระราคาเต็ม ณ ร้านขายยา กรมธรรม์ OVHC แบบครอบคลุมมาก (comprehensive) บางฉบับอาจมีวงเงินเล็กน้อยสำหรับช่วยค่ายาประมาณ 200–300 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 4,200–6,300 บาท) คุณควรตรวจสอบกรมธรรม์ของตนเองเพื่อดูว่ามีสวัสดิการนี้หรือไม่ และถ้ามี ต้องขอใบเสร็จรับยาจากร้านขายยามายื่นเคลมด้วยวิธีเดียวกับการเคลมค่าแพทย์
การยื่นเคลมผ่านแอปพลิเคชันของบริษัทประกัน
บริษัทประกัน OVHC รายใหญ่ 5 แห่งในออสเตรเลียมีแอปพลิเคชันบนมือถือเพื่อให้คุณยื่นเคลมได้ด้วยตนเอง:
- Bupa: แอป “myBupa” — ถ่ายรูปใบเสร็จ อัปโหลดผ่านแอปได้โดยตรง
- Medibank / ahm: แอป “My Medibank” — มีขั้นตอนใช้งานคล้ายกัน
- nib: “nib App” — ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วในการดำเนินการ (1–2 วันทำการ)
- Allianz: “Allianz MyHealth” — ทั้งพอร์ทัลเว็บและแอป
สำหรับทุกแอป คุณควรสมัครบัญชีผู้ใช้ไว้ล่วงหน้า และอย่าลืมเช็กว่าข้อมูลคงค้างของคุณเชื่อมโยงกับเลขสมาชิกที่ถูกต้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ฉันต้องยื่นเคลมภายในกี่วัน/กี่ปี?
บริษัทประกันส่วนใหญ่ให้เวลาถึง 2 ปีนับจากวันที่รับบริการ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเก็บใบเสร็จไว้จนลืม — ยื่นเคลมทันทีที่สะดวกหลังใช้บริการ เพื่อไม่ให้พลาดกำหนดเวลาและเพื่อให้ได้เงินคืนเร็ว
ถ้าคำร้องเคลมของฉันถูกปฏิเสธล่ะ?
บริษัทประกันต้องระบุเหตุผลที่ปฏิเสธอย่างชัดเจน สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่:
- ยังอยู่ในช่วงระยะเวลารอคอย (waiting period) เช่น ประกันเพิ่งเริ่ม ทันทีที่ซื้อแล้วใช้ทันทีไม่ได้
- บริการนั้นไม่อยู่ในความคุ้มครองของระดับกรมธรรม์ที่คุณซื้อ
- เป็นโรคประจำตัวที่มีอยู่ก่อนการซื้อประกัน (pre-existing condition) ซึ่งอาจต้องรอถึง 12 เดือนจึงจะครอบคลุม
คุณสามารถยื่นอุทธรณ์ (appeal) ได้ โดยติดต่อบริษัทประกันก่อน หากไม่เป็นที่พอใจและยังมีปัญหา ให้ติดต่อ Private Health Insurance Ombudsman ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านประกันสุขภาพเอกชนของออสเตรเลีย
OVHC ครอบคลุมการทำฟันหรือไม่?
ครอบคลุม หากกรมธรรม์ของคุณรวมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม (extras) กรมธรรม์ระดับพื้นฐานมักไม่มี ระดับกลางและครอบคลุมจะมีบริการตรวจฟัน ขูดหินปูน และอุดฟันแบบธรรมดาที่ไม่ซับซ้อน แต่สำหรับการทำฟันใหญ่ เช่น ครอบฟัน (crowns) รักษารากฟัน (root canals) หรือจัดฟัน จะมีระยะเวลารอคอย 12 เดือน ดังนั้นหากคุณคิดว่าจะต้องทำฟัน ควรซื้อประกันให้เร็วที่สุดเมื่อเดินทางถึงออสเตรเลีย
แหล่งที่มา: คู่มือการเคลมของบริษัทประกัน (2026); ตาราง Medicare Benefits Schedule (MBS) 2026; Private Health Insurance Ombudsman.
Ready to compare OVHC?
See premiums from all five insurers side by side — no sponsored ordering.
Compare nowPremiums are regulated — buying through our partner won't cost you extra. We may earn a commission.