ovhc.net.au

เคลม OVHC ทำงานอย่างไร: แพทย์ทั่วไป, แพทย์เฉพาะทาง และกรณีฉุกเฉิน

11 มิถุนายน 2569 · การเคลมประกัน

คุณซื้อประกันสุขภาพสำหรับผู้มาเยือนออสเตรเลีย (Overseas Visitors Health Cover – OVHC) ไว้แล้ว — ตอนนี้ถึงเวลาใช้งาน ไม่ว่าคุณจะไปพบแพทย์ทั่วไปตามปกติ หรือจำเป็นต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลโดยไม่คาดคิด กระบวนการเคลมแต่ละประเภทการรักษามีขั้นตอนและเอกสารที่แตกต่างกัน บทความนี้จะพาคุณไปดูทีละขั้นตอนว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง เมื่อต้องยื่นเคลม OVHC สำหรับการพบแพทย์ การส่งต่อไปพบแพทย์เฉพาะทาง การนอนโรงพยาบาล และการรักษาฉุกเฉิน

ข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ถือวีซ่า: OVHC เป็นประกันสุขภาพภาคบังคับสำหรับผู้ถือวีซ่าออสเตรเลียบางประเภท เช่น 482 (TSS), 485 (Temporary Graduate) หรือ 600 (Visitor) เนื่องจากคุณไม่มีสิทธิ์ใช้ระบบประกันสุขภาพของรัฐบาลออสเตรเลีย (Medicare) เว้นแต่จะเป็นพลเมืองของประเทศที่มีข้อตกลงร่วมด้านสุขภาพ เช่น สหราชอาณาจักร หรือบางประเทศในยุโรป การทำความเข้าใจระบบเบิกจ่ายของ OVHC จะช่วยให้คุณใช้สิทธิได้เต็มที่และไม่ต้องจ่ายเกินจำเป็น

การพบแพทย์ทั่วไป (GP): การเคลมที่พบบ่อยที่สุด

วิธีคิดเงิน แพทย์ทั่วไป (GP) ในออสเตรเลียส่วนใหญ่มีระบบเรียกเก็บเงินสองแบบ ได้แก่ bulk-bill และ private fee

  1. Bulk-bill
    แพทย์จะเรียกเก็บค่าบริการจาก Medicare โดยตรง (หรือจากบริษัทประกันของคุณในกรณีที่ไม่มีสิทธิ์ Medicare) คุณไม่ต้องจ่ายอะไรเลย อย่างไรก็ตาม บริษัทประกัน OVHC บางแห่งอาจกำหนดให้คุณจ่ายก่อน แล้วค่อยยื่นขอคืนทีหลัง ควรสอบถามกับคลินิกก่อนทุกครั้งว่าพวกเขาคิดเงินแบบ bulk-bill หรือไม่

  2. Private billing
    คุณต้องชำระค่าปรึกษาทั้งหมด ณ วันเข้ารับบริการ โดยค่าปรึกษามาตรฐานอยู่ที่ประมาณ 70–95 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 1,470–2,000 บาท ณ อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) จากนั้นจึงนำใบเสร็จไปยื่นเคลมผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของบริษัทประกันเพื่อขอรับเงินคืน

เอกสารที่ต้องใช้

  • ใบเสร็จจากแพทย์ (ต้องระบุหมายเลขผู้ให้บริการ วันที่เข้ารับบริการ หมายเลขรายการบริการ และจำนวนเงินที่ชำระ)
  • หมายเลขสมาชิกประกันของคุณ

คุณจะได้เงินคืนเท่าไหร่ กรมธรรม์ OVHC ระดับพื้นฐาน (budget) และระดับกลาง (mid-tier) ส่วนใหญ่จะชดเชยค่าปรึกษาตามอัตราที่กำหนดในตาราง Medicare Benefits Schedule (MBS) ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงที่รัฐบาลออสเตรเลียใช้ สำหรับการปรึกษาแพทย์ทั่วไปแบบมาตรฐาน (item 23) อัตรา MBS อยู่ที่ 42.85 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 900 บาท) ดังนั้นหากแพทย์เรียกเก็บ 85 ดอลลาร์ คุณจะได้รับคืนเพียง 42.85 ดอลลาร์ — ส่วนที่เหลือคือส่วนต่างที่คุณต้องจ่ายเอง (gap) บางกรมธรรม์ระดับสูงอาจให้ความคุ้มครองมากกว่า 100% MBS แต่ก็ต้องจ่ายเบี้ยประกันที่แพงขึ้น

ระยะเวลาดำเนินการ
การเคลมออนไลน์มักได้รับการอนุมัติภายใน 2–5 วันทำการ

การส่งต่อไปพบแพทย์เฉพาะทาง (Specialist Referrals)

ในออสเตรเลีย คุณต้องมีใบส่งตัวจาก GP ก่อนจึงจะไปพบแพทย์เฉพาะทางได้ ขั้นตอนมีดังนี้

  1. GP ออกใบส่งตัว (referral letter) ระบุชื่อแพทย์เฉพาะทางที่คุณต้องการไป
  2. คุณนัดหมายกับแพทย์เฉพาะทางเอง — ควรสอบถามราคาค่าปรึกษาล่วงหน้า
  3. ค่าบริการแพทย์เฉพาะทางมีความแตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับสาขาความเชี่ยวชาญและพื้นที่ โดยค่าปรึกษาครั้งแรก (initial consultation) มักอยู่ที่ 150–400+ ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 3,150–8,400 บาทขึ้นไป)
  4. คุณชำระค่าบริการก่อน แล้วยื่นเคลมกับบริษัทประกันของคุณ

สัดส่วนที่ได้รับคืน
โดยทั่วไป บริษัทประกันจะคืนเงินให้ 85–100% ของอัตรา MBS สำหรับค่าปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง แต่อัตรา MBS สำหรับผู้เชี่ยวชาญนั้นต่ำกว่าค่าบริการจริงค่อนข้างมาก ตัวอย่างเช่น หาก MBS กำหนดไว้ที่ 80 ดอลลาร์ แต่แพทย์เรียกเก็บ 250 ดอลลาร์ คุณอาจได้รับคืนเพียง 80 ดอลลาร์ (หรืออาจสูงกว่านั้นหากกรมธรรม์ของคุณครอบคลุมแบบเปอร์เซ็นต์) ดังนั้นควรตรวจสอบตารางผลประโยชน์ของกรมธรรม์ หรือโทรถามบริษัทประกันก่อนเข้ารับบริการ

การนอนโรงพยาบาล: แบบมีแผนกับฉุกเฉิน

การนอนโรงพยาบาลแบบมีแผน (เช่น ผ่าตัด)

  1. แพทย์เฉพาะทางจะเป็นผู้จองโรงพยาบาลให้ พร้อมกับออกเอกสาร “ความยินยอมทางการเงินที่รับทราบ” (Informed Financial Consent) ซึ่งระบุค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
  2. ก่อนวันเข้านอนโรงพยาบาล ให้ติดต่อบริษัทประกันของคุณเพื่อยืนยัน
    • โรงพยาบาลที่เลือกเป็นโรงพยาบาลในเครือข่ายของบริษัทประกันหรือไม่ (หลายกรมธรรม์มีส่วนลดหรือไม่มีส่วนเกินหากใช้โรงพยาบาลในเครือ)
    • ความคุ้มครองครอบคลุมอะไรบ้าง: ค่าห้อง, ค่าห้องผ่าตัด, ค่าอุปกรณ์, ค่ายา
    • มีค่าส่วนเกิน (excess) หรือค่าสมทบ (co-payment) ที่ต้องจ่ายเองหรือไม่
  3. ค่าใช้จ่ายส่วนโรงพยาบาล เช่น ค่าห้องพักและค่าห้องผ่าตัด โรงพยาบาลมักจะส่งบิลไปยังบริษัทประกันโดยตรง คุณไม่ต้องสำรองจ่าย (หากตรวจสอบไว้ล่วงหน้า)
  4. ค่าแพทย์เฉพาะทาง (ศัลยแพทย์, วิสัญญีแพทย์, ผู้ช่วยผ่าตัด) อาจถูกเรียกเก็บแยกต่างหาก คุณต้องดูว่าบริษัทประกันครอบคลุมส่วนไหนบ้าง ส่วนที่เกินจากความคุ้มครอง คุณต้องจ่ายเอง อย่าลืมถามแต่ละบุคคลว่ามีค่าใช้จ่ายส่วนต่าง (gap) หรือไม่

การเข้ารับการรักษาฉุกเฉิน

  1. หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ให้ไปยังแผนกฉุกเฉิน (Emergency Department) ของโรงพยาบาลรัฐที่ใกล้ที่สุด
  2. เมื่อลงทะเบียน ให้แจ้งหมายเลขสมาชิก OVHC ของคุณ และพกบัตรประกันติดตัวไว้เสมอ
  3. การรักษาในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลรัฐได้รับการคุ้มครองจาก OVHC ทุกกรมธรรม์
  4. หากแพทย์วินิจฉัยว่าคุณต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล (inpatient) ทางโรงพยาบาลจะจัดการเรื่องการเรียกเก็บเงินกับบริษัทประกันให้
  5. ค่ารถพยาบาล (ambulance) ในภาวะฉุกเฉินครอบคลุมในทุกกรมธรรม์ OVHC อยู่แล้ว — ไม่ต้องกังวล

การเคลมค่ายา

ข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่าง OVHC กับ Medicare คือ OVHC โดยปกติไม่ครอบคลุมค่ายาตามใบสั่งแพทย์ (prescription medicines) ผู้ถือบัตร Medicare จะได้รับสิทธิประโยชน์จาก Pharmaceutical Benefits Scheme (PBS) ทำให้ค่ายาถูกลง แต่ผู้ถือ OVHC ต้องชำระราคาเต็ม ณ ร้านขายยา กรมธรรม์ OVHC แบบครอบคลุมมาก (comprehensive) บางฉบับอาจมีวงเงินเล็กน้อยสำหรับช่วยค่ายาประมาณ 200–300 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 4,200–6,300 บาท) คุณควรตรวจสอบกรมธรรม์ของตนเองเพื่อดูว่ามีสวัสดิการนี้หรือไม่ และถ้ามี ต้องขอใบเสร็จรับยาจากร้านขายยามายื่นเคลมด้วยวิธีเดียวกับการเคลมค่าแพทย์

การยื่นเคลมผ่านแอปพลิเคชันของบริษัทประกัน

บริษัทประกัน OVHC รายใหญ่ 5 แห่งในออสเตรเลียมีแอปพลิเคชันบนมือถือเพื่อให้คุณยื่นเคลมได้ด้วยตนเอง:

  • Bupa: แอป “myBupa” — ถ่ายรูปใบเสร็จ อัปโหลดผ่านแอปได้โดยตรง
  • Medibank / ahm: แอป “My Medibank” — มีขั้นตอนใช้งานคล้ายกัน
  • nib: “nib App” — ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วในการดำเนินการ (1–2 วันทำการ)
  • Allianz: “Allianz MyHealth” — ทั้งพอร์ทัลเว็บและแอป

สำหรับทุกแอป คุณควรสมัครบัญชีผู้ใช้ไว้ล่วงหน้า และอย่าลืมเช็กว่าข้อมูลคงค้างของคุณเชื่อมโยงกับเลขสมาชิกที่ถูกต้อง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ฉันต้องยื่นเคลมภายในกี่วัน/กี่ปี?
บริษัทประกันส่วนใหญ่ให้เวลาถึง 2 ปีนับจากวันที่รับบริการ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเก็บใบเสร็จไว้จนลืม — ยื่นเคลมทันทีที่สะดวกหลังใช้บริการ เพื่อไม่ให้พลาดกำหนดเวลาและเพื่อให้ได้เงินคืนเร็ว

ถ้าคำร้องเคลมของฉันถูกปฏิเสธล่ะ?
บริษัทประกันต้องระบุเหตุผลที่ปฏิเสธอย่างชัดเจน สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่:

  • ยังอยู่ในช่วงระยะเวลารอคอย (waiting period) เช่น ประกันเพิ่งเริ่ม ทันทีที่ซื้อแล้วใช้ทันทีไม่ได้
  • บริการนั้นไม่อยู่ในความคุ้มครองของระดับกรมธรรม์ที่คุณซื้อ
  • เป็นโรคประจำตัวที่มีอยู่ก่อนการซื้อประกัน (pre-existing condition) ซึ่งอาจต้องรอถึง 12 เดือนจึงจะครอบคลุม

คุณสามารถยื่นอุทธรณ์ (appeal) ได้ โดยติดต่อบริษัทประกันก่อน หากไม่เป็นที่พอใจและยังมีปัญหา ให้ติดต่อ Private Health Insurance Ombudsman ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านประกันสุขภาพเอกชนของออสเตรเลีย

OVHC ครอบคลุมการทำฟันหรือไม่?
ครอบคลุม หากกรมธรรม์ของคุณรวมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม (extras) กรมธรรม์ระดับพื้นฐานมักไม่มี ระดับกลางและครอบคลุมจะมีบริการตรวจฟัน ขูดหินปูน และอุดฟันแบบธรรมดาที่ไม่ซับซ้อน แต่สำหรับการทำฟันใหญ่ เช่น ครอบฟัน (crowns) รักษารากฟัน (root canals) หรือจัดฟัน จะมีระยะเวลารอคอย 12 เดือน ดังนั้นหากคุณคิดว่าจะต้องทำฟัน ควรซื้อประกันให้เร็วที่สุดเมื่อเดินทางถึงออสเตรเลีย


แหล่งที่มา: คู่มือการเคลมของบริษัทประกัน (2026); ตาราง Medicare Benefits Schedule (MBS) 2026; Private Health Insurance Ombudsman.

Ready to compare OVHC?

See premiums from all five insurers side by side — no sponsored ordering.

Compare now

Premiums are regulated — buying through our partner won't cost you extra. We may earn a commission.